5 คำถามที่ผู้จัดการอาคารทุกคนควรถามเกี่ยวกับระบบ Chiller Plant และ Building Management System ช่วยตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างไร

คำถามที่ 1 : ระบบ Chiller Plant ของเรากำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจริง หรือแค่ "ทำงานอยู่" เท่านั้น?

ระบบ Chiller Plant ของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่?

สำหรับผู้จัดการอาคารจำนวนมากในประเทศไทย นี่เป็นคำถามที่ตอบได้ยากกว่าที่คิด แม้ว่าระบบ Chiller Plant จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากที่สุดในอาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ แต่กลับทำงานอยู่เบื้องหลังจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น จนกระทั่งค่าไฟฟ้าประจำเดือนสูงขึ้นผิดปกติ

ระบบ Building Management System (BMS) ในปัจจุบันไม่ได้มีหน้าที่เพียงควบคุมการทำงานของ Chiller Plant เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้จัดการอาคารสามารถติดตามประสิทธิภาพของระบบได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านข้อมูลการทำงานแบบ Real-time ทำให้สามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง แทนการคาดเดา

บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบของคำถามแรก ซึ่งถือเป็นคำถามที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งสำหรับผู้จัดการอาคารทุกคน

Chiller ที่ทำงานอยู่ ไม่ได้หมายความว่ากำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้เครื่อง Chiller จะยังทำงานได้ตามปกติ แต่ประสิทธิภาพอาจค่อย ๆ ลดลงจากหลายปัจจัย เช่น

  • ภาระการทำความเย็นที่เปลี่ยนแปลง
  • อุณหภูมิน้ำคอนเดนเซอร์
  • สภาพของสารทำความเย็น
  • การเกิดคราบสกปรกใน Heat Exchanger
  • อายุการใช้งานของอุปกรณ์
  • การจัดลำดับการเดินเครื่อง (Equipment Sequencing) ที่ไม่เหมาะสม

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ จึงยากต่อการตรวจพบจากการตรวจสอบตามปกติ แต่ส่งผลให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดการอาคารจึงจำเป็นต้องมีตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนประสิทธิภาพของระบบได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงตรวจสอบว่าเครื่องยังทำงานอยู่หรือไม่

ตัวชี้วัดที่นิยมใช้ ได้แก่

  • COP (Coefficient of Performance) ยิ่งมีค่าสูง ยิ่งมีประสิทธิภาพ
  • kW/RT (Kilowatt per Refrigeration Ton) ยิ่งมีค่าต่ำ ยิ่งใช้พลังงานน้อยต่อกำลังความเย็นที่ผลิตได้

เนื่องจาก kW/RT เป็นดัชนีที่วิศวกรระบบปรับอากาศและผู้จัดการอาคารใช้อย่างแพร่หลาย จึงเป็นตัวชี้วัดที่เหมาะสมสำหรับประเมินประสิทธิภาพการทำงานของ Chiller Plant ในแต่ละวัน

สูตรคำนวณ: kW/RT = กำลังไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมด (kW) ÷ กำลังการทำความเย็น (RT)

ตัวอย่างเช่น

  • ใช้ไฟฟ้า 350 kW ผลิตความเย็น 500 RT จะได้ค่า 0.70 kW/RT
  • หากใช้ไฟฟ้าเพียง 280 kW เพื่อผลิตความเย็น 500 RT จะได้ค่า 0.56 kW/RT

แม้ตัวเลขจะต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่การลดค่า kW/RT จาก 0.70 เหลือ 0.56 หมายถึงการลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 20% ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญตลอดอายุการใช้งานของระบบ

Azbil ช่วยตอบคำถามนี้ได้อย่างไร

ในระดับการควบคุมระบบ (Plant Level) Advanced Chiller Plant Controller ของ Azbil จะตรวจสอบสภาวะการทำงานของ Chiller Plant อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับลำดับการเดินเครื่องและพารามิเตอร์ต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ภาระโหลดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ในระดับการบริหารจัดการ (Supervisory Level) savic-net™ G5 จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบ Building Management System โดยรวบรวมข้อมูลจาก Advanced Chiller Plant Controller และระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร พร้อมแสดงผลผ่าน Dashboard แบบ Real-time รวมถึงคำนวณตัวชี้วัดสำคัญ เช่น COP และ kW/RT เปรียบเทียบกับข้อมูลย้อนหลังและค่ามาตรฐานการออกแบบ เพื่อให้ผู้จัดการอาคารสามารถประเมินประสิทธิภาพของระบบได้อย่างรวดเร็ว

ผู้จัดการอาคารจึงไม่จำเป็นต้องรอจนถึงรอบบิลค่าไฟฟ้า หรืออาศัยการตรวจสอบเป็นครั้งคราวอีกต่อไป แต่สามารถติดตามประสิทธิภาพของ Chiller Plant ได้ตลอดเวลา พร้อมรับการแจ้งเตือนเมื่อประสิทธิภาพเริ่มลดลง เพื่อให้สามารถวางแผนแก้ไขได้ก่อนที่จะเกิดการสูญเสียพลังงานหรือความเสียหายของอุปกรณ์

ผลลัพธ์ที่ได้รับ ได้แก่

  • ลดการใช้พลังงาน
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ
  • ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
  • ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
  • สนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูลแบบ Real-time

ด้วยการทำงานร่วมกันของ savic-net™ G5 และ Advanced Chiller Plant Controller ผู้จัดการอาคารสามารถทราบได้อย่างมั่นใจว่า Chiller Plant กำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ พร้อมข้อมูลแบบ Real-time ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยลดต้นทุนพลังงานและสนับสนุนการบริหารอาคารอย่างยั่งยืน


คำถามที่ 2 : วันนี้เราเดินเครื่อง Chiller ในจำนวนที่เหมาะสมแล้วหรือยัง?

การกำหนดจำนวน Chiller ที่ควรเดินเครื่องในแต่ละช่วงเวลา เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของการบริหาร Chiller Plant และยังเป็นสาเหตุสำคัญของการสิ้นเปลืองพลังงานในหลายอาคาร

หลายแห่งเลือกเดินเครื่อง Chiller มากกว่าที่จำเป็นเพื่อเผื่อกำลังสำรอง แม้จะดูปลอดภัย แต่ Chiller จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อทำงานอยู่ในช่วงโหลดที่เหมาะสม หากเดินหลายเครื่องพร้อมกันในขณะที่โหลดต่ำ อาจใช้พลังงานมากกว่าการเดินเครื่องเพียงไม่กี่เครื่องที่ทำงานในจุดประสิทธิภาพสูงสุด

Advanced Chiller Plant Controller ของ Azbil จะวิเคราะห์ภาระการทำความเย็นและสภาพการทำงานของระบบแบบ Real-time เพื่อเลือกจำนวน Chiller ปั๊ม และอุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ พร้อมปรับการกระจายโหลดอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการใช้พลังงานของทั้งระบบ

savic-net™ G5 จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและแสดงผลผ่านหน้าจอเดียว ทำให้ผู้จัดการอาคารสามารถติดตามสถานะการทำงาน แนวโน้มการใช้พลังงาน และประสิทธิภาพของระบบได้อย่างครบถ้วน ช่วยให้มั่นใจว่า Chiller Plant กำลังเดินเครื่องในจำนวนที่เหมาะสมที่สุดตลอดเวลา


คำถามที่ 3 : เรากำหนดอุณหภูมิน้ำ Condenser Water ได้เหมาะสมแล้วหรือยัง?

หลายอาคารยังคงใช้อุณหภูมิน้ำ Condenser Water แบบค่าคงที่ (Fixed Setpoint) แม้ว่าวิธีนี้จะใช้งานง่าย แต่ไม่ใช่แนวทางที่ประหยัดพลังงานที่สุด เพราะสภาพอากาศและภาระโหลดของอาคารเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา น้ำ Condenser ที่เย็นลงจะช่วยให้ Chiller ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ Cooling Tower และปั๊มน้ำจะใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากน้ำอุ่นเกินไป Chiller จะต้องทำงานหนักขึ้น เป้าหมายจึงไม่ใช่การผลิตน้ำให้เย็นที่สุด แต่คือการหาจุดสมดุลที่ทำให้ทั้งระบบใช้พลังงานรวมต่ำที่สุด

Advanced Chiller Plant Controller ของ Azbil จะวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time และปรับค่าอุณหภูมิน้ำ Condenser Water ที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ส่วน savic-net™ G5 จะช่วยติดตามผลและแสดงข้อมูลประสิทธิภาพของระบบ ทำให้ผู้จัดการอาคารมั่นใจได้ว่าระบบ Condenser Water ทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ


คำถามที่ 4 : เรากำลังตรวจพบปัญหาก่อนที่จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่หรือไม่?

ความเสียหายของ Chiller Plant ส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ เช่น การใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพที่ลดลง หรืออุณหภูมิและความดันที่เริ่มผิดไปจากค่าปกติ savic-net™ G5 จะรวบรวมข้อมูลจาก Advanced Chiller Plant Controller และอุปกรณ์ภาคสนาม พร้อมบันทึกข้อมูลย้อนหลัง วิเคราะห์แนวโน้ม และแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ ทำให้ทีมซ่อมบำรุงสามารถวางแผนแก้ไขก่อนที่ปัญหาจะลุกลามเป็นการหยุดเดินระบบหรือเกิดค่าใช้จ่ายสูง


คำถามที่ 5 : เราสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่า Chiller Plant ของเรามีประสิทธิภาพตามที่ควรเป็น?

การบริหาร Chiller Plant ในปัจจุบันไม่ได้วัดเพียงว่า "ระบบยังทำงานอยู่หรือไม่" แต่ต้องสามารถพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูลว่าระบบทำงานได้ตามเป้าหมายด้านพลังงาน savic-net™ G5 รวบรวมข้อมูลการใช้พลังงาน ค่า kW/RT แนวโน้มการทำงาน และข้อมูลย้อนหลัง เพื่อให้ผู้จัดการอาคารสามารถวิเคราะห์ผลลัพธ์และประเมินประสิทธิภาพของมาตรการประหยัดพลังงานได้อย่างชัดเจน

สำหรับองค์กรที่ต้องการลงทุนด้านการประหยัดพลังงาน Azbil ยังให้บริการ Energy Performance Contract (EPC) ในฐานะ Energy Service Company (ESCO) โดยรับประกันผลการประหยัดพลังงานตามที่ตกลงร่วมกัน พร้อมดำเนินการ Measurement & Verification (M&V) ตามมาตรฐานสากล IPMVP (International Performance Measurement and Verification Protocol)

savic-net™ G5 ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำ Baseline ติดตามผลหลังการดำเนินโครงการ และยืนยันผลการประหยัดพลังงานอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ด้วยการผสานการทำงานของ savic-net™ G5, Advanced Chiller Plant Controller และบริการ ESCO ของ Azbil เจ้าของอาคารจะได้รับมากกว่าการมองเห็นข้อมูลแบบ Real-time แต่ยังได้รับพันธมิตรด้านการบริหารพลังงานที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ พิสูจน์ผลการประหยัดพลังงาน และส่งมอบผลลัพธ์ที่วัดผลได้ตลอดอายุการใช้งานของอาคาร

ค้นหาศักยภาพในการประหยัดพลังงานที่ซ่อนอยู่ในข้อมูล Chiller Plant ของคุณ

ติดต่อ Azbil (Thailand) Co., Ltd. เพื่อขอรับการสำรวจหน้างานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเรียนรู้ว่าระบบ Building Management System, Advanced Chiller Plant Controller และบริการ ESCO ของ Azbil สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตรวจสอบผลการประหยัดพลังงาน และยกระดับประสิทธิภาพของ Chiller Plant ของคุณได้อย่างไร

คลิกที่นี่